ต้นกำเนิด Planking เมื่อตัวพ่อ-ตัวแม่มาเจอกัน...
 

edit @ 31 Jul 2011 01:31:04 by www.rujima.com

เมื่อเราอายุมากขึ้น อัตราการเผาผลาญอาหารจะตกฮวบลง ลดลงประมาณ 1%ต่อปีหลังอายุ 30 ปีขึ้นไป เรื่องอายุไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้กระบวนการการเผาผลาญถดถอยช้าลง  แต่องค์ประกอบร่างกายมาจากลักษณะทางกรรมพันธุ์ อาหาร และกิจกรรมที่ทำ ซึ่งล้วนมีบทบาทพอๆ กัน
       
งั้นเราไปดูวิธีเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารให้ทรงประสิทธิภาพกัน
              

1 เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
       
เนื่องจากไขมันถูกเผาผลาญใน กล้ามเนื้อ หากคุณไม่มีเส้นใยกล้ามเนื้อ ไขมันก็จะสะสมจนกลายเป็นพุง การเล่น Weight Training เพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยอาศัยน้ำหนัก อย่างดัมเบล (Dumbbell) จะทำให้เกิดแรงต้านการทำงานของกล้ามเนื้อ และยิ่งคุณใช้พลังงานในการยกน้ำหนักมากเท่าไร ไขมันก็จะน้อยลงเท่านั้น แถมยังช่วยให้กระแสเลือดหมุนเวียนดีขึ้น ก็มีพละกำลังมากขึ้น โดยไม่ต้องกินอาหารเพิ่มขึ้นเลย
       
ความแข็งแรงจะขึ้นกับการทำงานของกล้ามเนื้อ และคนที่อยู่ในช่วงวัย 30-70 ปี ความแข็งแรงจะลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุเพราะความสามารถในการ เคลื่อนไหวของอวัยวะของร่างกายลดลง อันเนื่องจากไม่ได้ใช้งานหรือออกกำลังกาย ผลที่ตามมาคือ มวลกล้ามเนื้อจะลดลง อันจะส่งผลให้กระบวนการเผาผลาญอาหารลดลง ไขมันเพิ่มขึ้น ความสามารถในการหายใจลดลง ความหนาแน่นกระดูกลดลง
 
 
2 กินน้อยๆ แต่บ่อยๆ
       
ร่างกายคนเราเหมือนเครื่องจักรที่ต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องถึงจะเดินเครื่องได้ หลักการพื้นฐานของการกินอาหารก็คือ ต้องกินอย่างต่อเนื่องเพื่อจัดเตรียมพลังงานดำรงชีวิตต่อไปได้
 
การกินอาหารอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ฮอร์โมนก็สมดุล ทว่าการกินอย่างต่อเนื่องไม่ได้หมายความว่า กินเยอะ หรือกินไม่หยุด หากต้องมีคอนเซ็ปต์จัดตารางเวลาการกินตามนี้
       
ภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน คุณต้องกินอาหารเช้า เพื่อกระตุ้นเริ่มกระบวนการเผาผลาญอาหาร แล้วกินทุก 3-4 ชั่วโมง มื้อสุดท้ายต้องกินล่วงหน้าก่อนนอน 1 ชั่วโมง
       
ต้อง
ลองแบ่งช่วงห่างของแต่ละมื้อให้สั้นลง อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว และกินในปริมาณพออยู่ท้อง ไม่ใช่ต้องอิ่มแปล้เป็นมื้อใหญ่ทุกมื้อ
 
 
3 กินโปรตีนทุกมื้อ
       
โปรตีนเป็นตัวกระตุ้นส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญอาหารมากกว่าไขมันและคาร์โบไฮเดรต  เริ่มตั้งแต่การกัด เคี้ยว กลืน กระทั่งย่อยอาหาร ล้วนใช้พลังงานเกิดความร้อน ซึ่งใน 1 มื้อเผาผลาญแคลอรี่ถึง 30%
       
ยิ่งถ้าคุณกินอาหารจำพวกสเต็ก , ถั่วโปรตีนสูง อย่างอัลมอนด์ , และผักเส้นใยเยอะ อย่างผักกาดขาว แคลอรี่ก็ถูกเผาผลาญเยอะในขั้นตอนการย่อยอาหาร ไม่ว่าจะเป็นปาก, หลอดอาหาร, กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็ก, และลำไส้ใหญ่
       
ยิ่งไปกว่านั้น
โปรตีนยังประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็น (Essential Amino Acid) อย่าง ลิวซีน (Leucine) ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อของคุณไม่ย่นย้อยตอนลดความอ้วนด้วย
 
 
4 เน้นออกกำลังกายแบบเข้มข้นสูงเป็นช่วงๆ
       
การออกกำลังกายแบบเข้มข้นสูงเป็นช่วงๆ (High Intensity Interval Training หรือ HIIT) จะ ช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันได้มาก อย่างเช่น ลู่วิ่ง จักรยาน ลู่เดินกึ่งสเต็ป กระโดดเชือก เป็นต้น จะทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวาได้ทั้งวัน
       
การออกกำลังกายแบบ HIIT เผาผลาญไขมันเร็วกว่า 9 เท่า เมื่อคุณออกกำลังที่ระดับความเข้มข้นสูง จะเผาผลาญพลังงานเป็นแคลอรี่ต่อ 1 ปอนด์ของน้ำหนักตัวโดยรวมได้มากกว่า, ช่วยทำให้ระดับของ Growth Hormone (ฮอร์โมนแห่งการเติบโต) เพิ่มขึ้น, และช่วยปรับระดับให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายสูงขึ้นตลอดทั้งวัน
 
 
ขอยกตัวอย่างวิธีการออกกำลังกายตามลำดับดังนี้
       
       
• เลือกอุปกรณ์ Cardio ที่คุณชอบ (อะไรก็ได้เช่น ลู่วิ่ง ลู่เดินกึ่งสเต็ป,จักรยาน ฯลฯ) และอบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อม ประมาณ 5 นาที
       
       
• ใช้เวลาเล็กน้อยในการยืดคลายกล้ามเนื้ออย่างถูกต้องตอนนี้คุณก็พร้อมที่จะเริ่มแล้ว
       
       
• เริ่มด้วยความเร็วปานกลาง หรือแรงต้านปานกลางเป็นเวลา 1 นาที จากนั้นก็เร่งเครื่องความเร็วหรือแรงต้านไปที่ระดับ 90-95% ของอัตราการเดินของหัวใจของคุณ (Maximum Heart Rate : MHR)
       
       
• เล่นต่อไปที่ระดับความเข้มข้นตรงนี้ราว 15-20 วินาที แล้วผ่อนความเร็วหรือแรงต้านลงกลับสู่ระดับปานกลางเหมือนเดิม และเล่นต่อไป 1 นาที จากนั้นเร่งเครื่องขึ้นอีกและเล่นอีก 15-20 วินาที
       
       
• เล่นอย่างนี้สลับ ช้า-เร็ว-ช้า-เร็ว ไปเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาที
       
       
• หลังจากนั้น ให้จบการออกกำลังกายของคุณด้วยการ Cool down ประมาณ 5 นาที และตามด้วยการยืดคลายกล้ามเนื้อ
 
 
5 หมั่นดื่มน้ำ
       
คนที่ดื่มน้ำในแก้วขนาด 8 ออนซ์  ประมาณ 8-12 ครั้งต่อวัน จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญสูงขึ้นกว่าคนที่ดื่มเพียง 4 ครั้ง
       
รวมทั้งดื่มน้ำให้ได้ครึ่ง ลิตรหรือ 5 แก้วหลังตื่นนอนก่อนอาหารเช้า ระบบขับถ่ายของคุณก็จะคล่อง มีความสุขโล่งสบายท้อง พร้อมเริ่มต้นวันใหม่อีกด้วย
 
Thanks to www.manager.co.th/CelebOnline
ว่าแล้วพูดไปกันก็ตั้งหลายบทยังไม่ได้พูดเรื่องการแนะนำตัวเลย ผ่านไปได้ไงเนี่ย
ก่อนอื่นขอโทษจริงๆนะค่ะ อาทิตย์ที่ผ่านมายุ่งมากมาย เลยไม่ได้อัพบล็อค
แต่ก็ไม่ได้ลืม หรือจะเลิกแต่อย่างใด ตั้งใจไว้ว่าจะพยายามอัพให้ได้ทุกอาทิตย์
กลับเข้าเรื่องดีกว่า การแนะนำตัวแบบง่ายๆค่ะ
私は....です。どうそよろしくおねがいします。
Watashi wa ....ใส่ชื่อได้เลยค่ะ douso yoroshigu onegaishimasu.
ชื่อ.....ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ
わたしは.....から、きました (参ります)
Watashi wa ..... ประเทศ...... Kara, kimashita (mairimasu)
ฉันมาจากประเทศ............(จริงๆแล้วเป็นเมือง เป็นชื่อโรงเรียน บริษัท หรืออะไรก็ได้ค่ะ)
สำหรับที่อยู่ในวงเล็บจะเป็นแบบเป็นทางการกว่านะค่ะ
私のしゅうみは.....です。
watashi no shumi wa....dusu.
งานอดิเรกของฉันคือ.......
ほんをよむことです。 Hon wo yomu koto desu.  การอ่านหนังสือ
ตอนที่เรียนก็มีเพื่อนบางคนตอบว่า Hon desu เฉยๆเหมือนกันค่ะ
แต่อาจารย์บอกว่างานอดิเรกคือหนังสือเหรอ เลยรู้ว่าต้องเติมค่ะ
えいがをみることです。 ei ga wo miru koto desu  การดูหนัง
おんがくをきくことです。 on gaku wo kiku koto desu ฟังเพลง
りょこうです。 ท่องเที่ยว
ตั้งแต่บทหน้าจะเริ่มพูดเป็นบทสนทนา และแกรมม่าแล้วนะค่ะ คงไม่ได้ใส่ตัว Romanji อีก
เพื่อนๆที่ยังจำไม่ได้ช่วยกันจำหน่อยนะค่ะ จะได้ไปได้เร็วขึ้น และอ่านได้ดีขึ้น
บางครั้งคงมีเขียนอะไรผิดบ้าง หรือ เข้าใจอะไรผิดบ้าง เพราะกำลังเรียนอยู่เหมือนกัน
ยังไงมีอะไร แนะนำกันได้นะค่ะ ก่อนจบมาดูคำศัพท์ของบทนี้กันค่ะ มีแอบใส่ตัวคันจิไปด้วย
หากันเจอรึเปล่าเอ่ย
私   わたし   เรา
本   ほん    หนังสือ
読む  よむ             อ่าน
音楽  おんがく        เพลง
旅行  りょこう          ท่องเที่ยว
映画  えいが           ภาพยนต์
見る  みる              ดู
聞く  きく                 ฟัง หรือ ถาม

edit @ 14 Jul 2011 10:27:48 by www.rujima.com

หมานักเต้น

posted on 11 Jul 2011 01:35 by rujima in LOL
Photobucket

edit @ 11 Jul 2011 01:45:57 by www.rujima.com

ตัวนี้เป็นอีกตัว ที่อยากจะขอแนะนำ น่ารักสุดๆ ค่ะเป็นเดรสอีกแล้ว
ตัวนี้จะใส่ไปเที่ยว ออกเดท เดินเล่น ไม่หนามากเหมาะกับอากาศเมืองไทยค่ะ
รายละเอียดเพิ่มเติมตามไปได้ทางนี้นะค่ะ

edit @ 22 Jun 2011 12:02:35 by www.rujima.com

วันนี้มีเดรสสวยๆมาให้ดูกันค่ะ อดไม่ได้จริงๆ น่ารักและราคาไม่แพงเลยค่ะ
ใส่ออกงานกลางวันก็ได้ กลางคืนก็ดี เห็นแล้วเลยต้องหยิบมาฝากกัน
สนใจยังไงตามไปที่เวปได้นะค่ะ www.rujima.com จ้า
หรือตรงเข้าไปดูตัวนี้โดยเฉพาะได้ที่นี่ค่ะ

edit @ 22 Jun 2011 11:59:09 by www.rujima.com

edit @ 22 Jun 2011 12:03:06 by www.rujima.com

ถ้าคนที่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก็คงจะรู้จักเจ้ามารุ กับเจ้าเต็นเต็นกันดีอยู่แล้ว
ถ้าแปลตรงๆ มารุ ก็หมายถึง ก็หมายถึง กลม ส่วนเจ้าเต็นเต็น ก็หมายถึงจุดหรือแต้ม
คนที่ไม่รู้คงสงสัยกันแล้วหละซิว่ามันคืออะไร
 
มันก็คือส่วนประกอบหนึ่งที่จำทำให้ตัวอ่านของตัวฮิรางานะ หรือคาตาคานะ เปลี่ยนไป
เช่น へ เมื่อยู่เฉยๆคนเดียวเราก็เรียกมันว่า He เฮะ
แต่พอมีเพื่อนเต็นๆ หรือตัวที่เราเห็นเหมือนเครื่องหมายฟันหนู べ กลับกลายเป็น Be เบ๊ะ
พอมีเพื่อนมารุ หรือตัวกลมๆด้านบน ぺ กลับออกเสียงเป็น Pe เพะ ซะอย่างนั้น
 
แต่ว่ามารุกับเต็นๆก็ไม่ได้ใช้ได้กับทุกตัวนะค่ะ เรามาดูตัวที่ใช้ได้กันดีกว่า
สำหรับเต็นๆ จะใช้ได้ 4 เสียงต้นคือ K S T H จำกันได้รึยังว่าตัวไหนคืออะไร
ส่วน มารุจะใช้ได้กับเพียงเสียงเดียวมาดูกันเลยค่ะ
 
ตัวแรก がぎぐげご ก็จะออกเสียงคล้ายๆกับก.ไก่ หรือง.งู ซึ่งปกติถ้าไม่มีเต็นๆก็จะออกเสียงเป็นค.ควาย
 
เช่น カメラ กับ ガメラ ซึ่งดูเผินๆก็ต่างกันนิดเดียวแต่ จริงๆแล้วความหมายต่างกันเยอะเลย
ตัวแรก คาเมร่า หมายถึง กล้องถ่ายรูป ส่วนตัวหลังที่มีเต็นๆ กาเมร่า หมายถึง เต่ายักษ์ ที่เป็นหนังสมัยก่อนที่ออกมาอาละวาดยังจำกันได้อยู่รึเปล่าเอ่ย พูดไปแล้วเลยรู้อายุคนเขียนเลย
 
ตัวที่ 2 ざじずぜぞ ก็จะออกเสียงเป็นเหมือนซ.โซ่ หรือตัว Z ในภาษาอังกฤษ เดิมเป็นตัวส. เสือ หรือ เอส
ยกเว้นตัว じ ที่จะออกเสียงคล้ายๆ ตัว จ.จาน
 
ตัวที่ 3 だぢづでど ก็จะออกเสียงเป็นตัว ด.เด็ก แทนที่จะเป็น ท.ทหาร
ยกเว้นตัว ぢ ที่จะออกเป็นเสียงคล้ายๆตัว จ.จาน หรือเหมือนกับตัว じ ด้านบนนั่นเอง
 
ตัวที่ 4 เสียงสุดท้าย ที่นอกจากจะใช้กับเต็นๆได้แล้ว ยังใช้กับมารุได้อีกด้วยนั่นก็คือแถว は ha
ばびぶべぼ เมื่อใส่เต็นๆจะมีเสียงเหมือนตัว บ.ใบไม้
ぱぴぷぺぽ   ส่วนเมื่อใส่มารุจะมีเสียงเป็น พ.พานแทนค่ะ
 
ซึ่งจริงๆแล้วคนเขียนก็ไม่เก่งเรื่องนี้เมื่อกัน ตอนสอบมักจะลืมใส่เป็นประจำ
ทำให้โดนหักแต้มอยู่ เรื่อย หวังว่าคงจะไม่งงกันนะค่ะ ต่อไปนี้เรามาลองดูคำศัพท์ง่ายๆกันดีกว่าค่ะ
がくせい gakusei  กักเซย์ นักเรียน
せい ไม่ได้อ่านว่า เซะอินะค่ะ การมีพยัญชนะแถว a ที่เป็น ตัวเดียวกับตัวหน้า
จะทำให้อ่านเสียงตัวหน้าได้ยาวขึ้นเหมือนพูดต่อกันยาวๆ ว่า เซซซซซอิ กลายเป็นเซย์ค่ะ
かいぎ  kaigi       คัยงิ     ประชุม
かぎ   kagi        คากิ     กุญแจ
ばか   baka       บากะ   บ้า หรือ โง่
パソコン pasokon   พาโซคอน คอมพิวเตอร์
จะเห็นได้ว่ามารุ และเต็นๆ ไม่ได้ใช้ได้เพียงตัว ฮิรางานะ แต่ตัว คาตาคานะ ก็ใช้ได้เหมือนกันค่ะ
จริงๆก็ตั้งแต่ คาเมร่า และกาเมร่าแล้ว
เอาเป็นว่าวันนี้ขอพอแค่นี้ก่อนนะค่ะ ไว้วันหลังมาดูบทสนทนากันดีกว่าค่ะ
คุณๆคงสงสัยกันว่าทำไมผู้ชายถึงได้ตดบ่อยจัง.......
 
 
จริงๆแล้ว ผู้ชายไม่ได้ตดบ่อยกว่าผู้หญิงเลยครับ
 
แถมยังเป็นผู้หญิงต่างหากที่มีโอกาสปู้ดดดดดดดดด มากกว่า
 
 
จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงจะตดมากกว่าผู้ชายถึง 30%
 
นั่นก็เพราะว่าผู้หญิงมักกินอาหารที่มีไฟเบอร์มากกว่า ซึ่งนั่นจะทำให้มีแก๊สมากกว่าด้วย
 
 
แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ ตดของผู้หญิงก็เหม็นน้อยกว่า
 
เพราะว่าผู้ชายมักจะกินของเผ็ด และมีกำมะถันเยอะกว่า อย่างเช่นพวกเนื้อสัตว์และไข่
 
 
แล้วทำไมผู้ชายจึงถูกมองว่าเป็นเหมือนแมลงตดล่ะ?
 
ก็เพราะว่าผู้หญิงส่วนมากมักเหนียมอายซึ่งตรงข้ามกับผู้ชาย
 
ซึ่งรักความเสี่ยง สนุก ขี้เล่น มากกว่า (พูดตรงๆก็คือ"ด้านและหนา"มากกว่า)
 
จึงมักปล่อยลมในที่สาธารณะบ่อยกว่านั่นเอง
 
 
ดังนั้นอย่าถือโทษโกรธผู้ชายเลยที่ตดให้คุณขยะแขยง
 
ให้นึกเสียว่าล้อกันเล่นก็แล้วกัน เพราะคุณๆคงไม่ม้วยมรณาเพราะตดหรอก
 
แล้วของอย่างนี้ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ....ยิ่งห้ามก็ยิ่งตด -*-    แหวะ!!!

 
แล้วจะหาว่าไม่เตือน แล้วคุณอาจจะโดนแบบในคลิปนี้ครับ แหวะ..แหวะ...เหอๆๆ
 
 
Thanks to wiki.answer.com

edit @ 18 Jun 2011 13:55:36 by www.rujima.com

edit @ 19 Jun 2011 11:08:05 by www.rujima.com

เรามาเริ่มคันจิง่ายๆ ที่คนเรียนภาษาญี่ปุ่นมักจะเห็นในบทเรียนแรกๆกันก่อนก็แล้วกันนะค่ะ
คันจินั้นมีคนกล่าวว่ามาจากตัวหนังสือภาษาจีน ซึ่งมีพื้นมาจากรูปภาพ วันนี้เลยอยากเอาคันจิ
เหล่านั้นมาบอกให้เพื่อนๆช่วยกันดูค่ะว่าเหมือนรูปจริงรึเปล่า วันนี้ขอซัก 10 ตัวก่อนแล้วกันนะค่ะ
ความสามารถด้านการวาดภาพอ่อนแอจริงๆค่ะ ช่วยๆกันดูให้เหมือนแล้วกันนะค่ะ
แล้วสำหรับคราวหน้าเรามาดูเรื่องการรวมเสียงฮิรางานะ กับคำศัพท์ง่ายๆกันค่ะ

edit @ 15 Jun 2011 17:17:27 by www.rujima.com

คนญี่ปุ่นมีคำทักทายที่ค่อนข้างหลากหลาย สำหรับแต่ละช่วงเวลา และโอกาส
วันนี้เรามาเรียนรู้คำทักทายพื้นฐานของญี่ปุ่นกัน ก่อนที่จะต่อเรื่องตัวอักษรนะค่ะ
 
เริ่มจากคำทักทายพื้นฐานนะค่ะ ตอนบนที่ 2 เคยเขียนเรื่องการอ่านตัว ฮิรางานะไปแล้ว
งั้นก็คงไม่ต้องเขียนคำอ่านให้เป็นภาษาไทย หรือโรมันจิ แล้วใช่ไม๊หละค่ะ อิอิ ล้อเล่นค่ะ
จะเขียนไว้ให้สำหรับเพื่อนที่ไม่อยากเรียนตัวอักษรนะค่ะ ถึงจริงๆแล้วจะอยากให้เรียนกัน
เพราะจะเป็นประโยชน์ในการเรียนมากๆเลยค่ะ
 
สวัสดีตอนเช้า 
แบบสุภาพ : おはよごさいます。O-ha-yo-go-sai-masu โอฮายโยะโกซัยมัส
แบบคุยกับเพื่อน : おはよ。O-ha-yo โอฮายโยะ
 
สวัสดีตอนกลางวัน
แบบสุภาพ : こんにちは。Kon-ni-chi-wa คอนนิจิวะ
แบบคุยกับเพื่อน : こんにちは。Kon-ni-chi-wa คอนนิจิวะ
 
สวัสดีตอนเย็น
แบบสุภาพ : こんばんは。Kon-ban-wa คอมบังวะ
แบบคุยกับเพื่อน : こんばんは。Kon-ban-wa คอมบังวะ
 
ราตรีสวัสดิ์
แบบสุภาพ : おやすみなさい。O-ya-su-mi-na-sai โอยาสุมินาซัย
แบบคุยกับเพื่อน : おやすみ。O-ya-su-mi โอยาสุมิ
 
ขอบคุณ
แบบสุภาพ : ありがとうごさいます。A-ri-ga-tou-go-sai-masu อาริกาโตะโกซัยมัส
แบบคุยกับเพื่อน : ありがとう。A-ri-ga-tou อาริกาโตะ
 
ขอโทษ Excuse me
แบบสุภาพ : すみません。Su-mi-ma-sen สุมิมาเซ็น
แบบคุยกับเพื่อน : すみません。Su-mi-ma-sen สุมิมาเซ็น
 
ขอโทษ Sorry
แบบสุภาพ : ごめんなさい。Go-men-na-sai โกเมนนาซัย
แบบคุยกับเพื่อน : ごめんね。Go-men-ne โกเมนเน๊
 
ไม่ได้พบกันนาน
แบบสุภาพ : おやすみなさい。O-ya-su-mi-na-sai โอยาสุมินาซัย
แบบคุยกับเพื่อน : おやすみ。O-ya-su-mi โอยาสุมิ
 
คำต่อไปนี้เป็นคำพื้นฐานที่ใช้ทั่วไปไม่มีการแบ่งความสุภาพค่ะ
จะทานแล้วนะค่ะ (พูดก่อนรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือร้านก็ตาม)
いただきます。It-ta-da-ki-masu อิทาดาคิมัส
 
ขอบคุณสำหรับอาหารค่ะ (พูดหลังจากทานอาหารเสร็จ เวลาไปทานนอกบ้านใช้พูดกับคนที่ร้านด้วย
เป็นการแสดงความขอบคุณสำหรับอาหาร)
ごじそさま。Go-ji-so-sa-ma โกะจิโซซามะ
 
กลับมาแล้วค่ะ (ใช้พูดเวลากลับมาจากข้างนอก)
ただいま。Ta-da-i-ma ทาดาอิมะ
 
ยินดีต้อนรับกลับมา (ใช้พูดตอบเวลาคนกลับมาทัก)
おかえり。O-ka-e-ri โอคาเอะริ
 
ไปแล้วนะค่ะ (ใช้พูดเวลาจะออกไปข้างนอก)
いってきます。It-te-ki-masu อิทเตคิมัส
 
ไปดีมาดีนะ (ใช้พูดตอบเวลาคนจะออกไปข้างนอก)
いってらっしゃい。It-te-ra-shai อิทเตราชัย
 
ขอรบกวนด้วยนะค่ะ (เวลาที่จะเข้าบ้านคนอื่น)
おじゃまします。O-ja-ma-shi-masu โอจามะชิมัส
 
ไปแล้ว ไว้พบกันใหม่นะ
แบบสุภาพ : また、あいましょう。Ma-ta-ai-ma-shou มะตะอายมาโชว์
แบบคุยกับเพื่อน : じゃ、またね。ja-ma-ta-ne จ้า มะตะเน้
 
ลาก่อน
さよなら。Sa-yo-na-ra ซาโยนาระ
 
ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะ
おげんきで。O-gen-ki-de โอเกงกิเด๊ะ
 
ครั้งนี้ภาษาญี่ปุ่นที่เขียนทั้งหมดเป็นตัวฮิรางานะเพื่อนจะได้อ่านกันได้ ถ้ามีใครต้องการให้เขียนเป็น
คันจิก็บอกแล้วกันนะค่ะ ถึงจะมีไม่ทุกตัวแต่ก็มีบางตัวที่เขียนเป็นคันจิได้ค่ะ
หรือถ้ามีคำทักทายอะไรที่อยากทราบเพิ่มเติมถามเข้ามาได้นะค่ะ จะหาคำตอบให้เท่าที่จะหาได้ค่ะ
วันนี้เท่านี้ก่อน ครั้งหน้ามาดู ตัวคันจิพื้นฐานกันค่ะ